Friday, August 5, 2016

เฉลยแล้ว!! เหตุใดผู้ชายสมัยนี้นิยมกินกันเอง เป็นเพราะ 5 สาเหตุนี้นี่เอง!!??

หลายๆคนคงจะเคยได้ยินกันมาสมัยนี้ผู้ชายเหลือน้อย ไม่ใช่เหลือน้อยเพราะเกิดมาเป็นเพศชายน้อย หรือไปบวชกันหมดหรอกนะ แต่เหลือน้อยเพราะผู้ชายสมัยนี้หันมากินกันเองมากขึ้น เห็นหน้าตาดีๆเข้มๆสาวๆอย่าเพิ่งรีบไปแอ๊วเชียว ต้องดูให้ดีๆว่าเขานั้นชอบผู้หญิงหรือเปล่านะ วันนี้เรามีเหตุผลที่ผู้ชายหันมาคบกันเองมาแจ้งแถลงไขให้คุณผู้หญิงทั้งหลายได้ทราบกัน ไปดูกันเลย..ว่าสาเหตุที่ชายนิยมกินกันเองเป็นเพราะอะไรบ้าง......
ชอบหุ่นผู้ชาย เวลามองหุ่นผู้ชาย พอเห็นบ่อยเข้าๆก็เริ่มชอบ และรู้สึกมีอารมณ์มากกกว่าหุ่นผู้หญิง

Monday, July 25, 2016

ล่าเดือดแท็กซี่สุดหื่นไล่ฉุดผู้โดยสารหญิงกลางหอพักอย่างไม่กลัวกฎหมาย ก่อนที่จะซิ่งรถหนีไปอย่างลอยนวล!!!????

กลายเป็นภัยสังคมที่เกิดขึ้นแทบจะทุกวันแล้วจริง ๆ เมื่อเฟสบุ๊ค นู๋ อุ้ม จอ แบน ได้แชร์ภาพพร้อมบอกเล่าเรื่องราวเตือนใจสาวๆ ว่า "ฝากเพื่อนๆ ที่นั่งแท็กซี่ดึกๆช่วยระวังกันนะคะ เมื่อวันที่ 8เดือน พค ที่ผ่านมาเราได้นั่งแท็กซี่จากบางเขนเพื่อมาลงหอพักที่รามอินทรา แต่ตอนนั้นเป็นเวลาดึกแล้ว จึงทำให้บริเวณซอยหอพักที่เราอยู่ ดูเปลี่ยวผิดกับตอนกลางวันมาก จึงทำให้แท็กซี่คนนี้กล้าทำอุกอาจ พยายามจะทำร้ายเราดังภาพที่เห็น เพียงเพราะค่าโดยสาร ขาดแค่20บาท เมื่อเวลาประมาณเกือบตี3ของวันนั้นพอแท็กซี่หยุดรถที่หน้าตึก มิเตอร์บอกราคาว่าราคา220บาท ซึ่งที่ตัวเรามีติดตัวอยู่เพียงแค่200 เราจึงบอกแท็กซี่ไปว่า ให้รอแปปนึงเพื่อที่เราจะเอาเศษที่ค้างไว้20บาทไปให้ โดยที่เราทิ้งกระเป๋าอีกใบไว้บนรถ แต่แท็กซี่คนนี้กลับบอกว่า ‪#‎ทำไมน้องไม่ทิ้งโทรศัพท์ไว้ล่ะ‬ เราก็ไม่ได้สนใจ ลงรถไปละกลับไปหยิบเงินในห้องออกมาอีก50บาท เพื่อเอาไปให้แท็กซี่คนนี้"
"แต่พอเราไปถึงที่รถ กลับไม่มีคนขับอยู่บนรถ เราจึงก้มหยิบกระเป๋าจากหลังรถที่เราวางไว้ แต่กลับโดนแท็กซี่คนนี้อ้อมมาจากด้านหลัง จับหัวเรากดลงไปในหลังรถ แต่ด้วยความตกใจเราจึงเด้งตัวถีบแท็กซี่คนนี้แล้ววิ่งเข้ามาในตึก แต่แท็กซี่ก็ยังไม่หยุด วิ่งตามกลับมาฉุดกระชากลากถูเรา พยายามดึงเราให้ไปขึ้นบนรถ เดชะคุณที่แม่บ้านประจำตึกตื่นขึ้นมาเพราะเสียกเราตะโกนโวยวายและคนอื่นๆในตึกก็ตื่น เราจึงปลอดภัยไม่ได้โดนแท็กซี่คนนี้ลากไปทำร้ายอะไร มีก็เพียงแต่รอยฟกช้ำตามแขนขา ที่เราขัดขืนต่อสู้กับผู้ชายคนนี้ ‪#‎ปล‬.แท็กซี่คันนนี้ป้ายทะเบียนรถข้างประตูหลังผู้โดยสารไม่ติดให้ชัดเจน (ไม่มี ) ‪#‎ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันแชร์ค่ะ‬ เราพยายามจะเอาเรื่องแต่ไม่สามารถทำได้เพราะจำป้ายทะเบียนแท็กซี่คันนี้ไม่ได้ค่ะ ถึงเอาเรื่องไม่ได้แต่เราก็อยากแชร์ให้เพื่อนระวังตัวไว้ว่าขึ้นแท็กซี่คันนี้ไม่ปลอดภัย ถ้าตกหล่นตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ ประสปการณ์นี้จะจดจำไปจนตาย(กลัว)"

ขนหัวลุก !!! เจน ญาณทิพย์” แฉ!!! “ริว จิตสัมผัส!! ว่าแบบนี้หลอนสุดๆ !??

เจน ญาณทิพย์” เผยว่าตนเองเคยเห็นกรรมของ “ริว จิตสัมผัส”ตอนนั่งรถตู้ไปด้วยกัน แต่ไม่สามารถที่จะพุดได้เนื่องจากไม่ได้อนุญาต เจนบอกทั้งคู่พอรู้จักกัน แต่แทบไม่เคยได้เจอกัน และไม่ได้เกาเหลาแย่งงานกันแน่นอน

Sunday, July 24, 2016

กำลังมัน !! ฝรั่งทำอนาจารสุดโจ๋งครึ่ม สุดท้ายชาวบ้านใช้สิ่งนี้ไล่ (มีคลิป)!!???

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. มีการแชร์คลิปกันกระหึ่มโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Banggod Blueteam และ YouLike ''คลิปเด็ด''ได้โพสต์คลิป 2 นักท่องเที่ยวคู่รักชาวอเมริกัน ยืนกระทำอนาจารในที่สาธารณะ โดยไม่สนใจสายตาผู้คน ซึ่งผู้หญิงสวมบิกินีเท่านั้น จนมีพลเมืองดีเข้าไปต่อว่า และให้ทั้งสองหยุดพฤติกรรมดังกล่าว โดยขู่ว่าจะแจ้งตำรวจให้จับกุม ทั้งคู่จึงยกมือไหว้และกล่าวขอโทษแล้วเดินจากไปทันที คาดว่าเหตุเกิดขึ้นที่จ.กระบี่

Sunday, July 17, 2016

ฆ่าสยอง !!ลากศพฝังในป่า แฟนหนุ่มโดนจับเพราะมือถือของผู้ตายบอกเหตุแบบนี้ ขนหัวลุก !!??

จับน.ศ.หนุ่มฆ่าโหดน.ศ. สาว ลากศพฝังอำพรางใน ป่าที่ทุ่งใหญ่นครศรีฯ หลังหายตัวลึกลับนาน 10 วัน พ่อแม่ จึงแจ้งตร.ให้ช่วยหาตัว ได้เบาะแสไปเยี่ยมเพื่อนชายที่ค่ายทหาร ก่อนขาดการติดต่อไป จนท.พบสัญญาณมือถือครั้งสุดท้ายไปโผล่ใกล้บ้านแฟนหนุ่ม จึงบุกไปค้นหอพักข้างมหา"ลัย พบกำลังมั่วสุมดื่มใบกระท่อม ก่อนนำตัวมาเค้นสอบ จนยอมรับสารภาพลงมือฆ่าแฟนสาว เหตุแค้นนำสร้อยทองหนัก 5 บาทไปขายเป็นเงินประกันแฟนเก่า จึงตามไปดักรอนัดเคลียร์ปัญหา แต่แฟนสาวยังบอกเลิกเลยโมโหบีบคอจนขาดใจ แล้วลากศพไป ฝังดินในป่าข้างบ้าน จาก กรณีน.ส.พรธิดารัตน์ ศรีวิเชียร อายุ 23 ปี ชาวอ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมี ผู้พบเห็นครั้งสุดท้ายขณะ ไปเยี่ยมเพื่อนคนหนึ่งที่ค่ายในอ.ทุ่งสง จากนั้นขี่รถจยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว ทะเบียน กข 6717 พิจิตร ออกจากค่ายและโทรศัพท์หาแม่ โดยระบุว่ากำลังไปขึ้นรถตู้ เพื่อกลับบ้านที่อ.ลานสกา แต่สุดท้ายกลับหายตัวไปนาน 10 วัน ทำให้ครอบครัวของน.ส.พรธิดารัตน์ ออกตามหา แต่ติดต่อไม่ได้ จึงเข้าแจ้งความที่สภ.กะปาง และสภ.ทุ่งสง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกตามหาตัว กระทั่งตรวจสอบพบสัญญาณโทรศัพท์มือถือครั้งสุดท้ายอยู่ที่ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ จึงสืบสวนและทราบว่าสถานที่จับสัญญาณได้นั้นเป็นละแวกบ้านแฟนหนุ่มของน.ส.พร ธิดารัตน์ สำหรับความคืบหน้า เมื่อกลางดึกวันที่ 16 ก.ค. พ.ต.อ.คมสัน พฤศวานิช ผกก.สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมพ.ต.ท.โชคดี ศรีเมือง รองผกก.ป. นำกำลังออกตรวจสอบหอพักบริเวณมหาวิทยาลัยชื่อดัง พบวัยรุ่นกำลังเสพน้ำต้มใบกระท่อมกันอยู่ จึงเข้าจับกุมตัว 1 คน ทราบชื่อนายทัตพงศ์ พรหมชัยศรี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110/2 ม.7 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นักศึกษาปี 4 ของมหาวิทยาลัยดังกล่าว ฝึกงานเตรียมจบการศึกษาอยู่ที่บริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง จึงนำตัวมา สอบสวนพบเป็นแฟนของน.ส.พรธิดารัตน์ ขณะตำรวจสอบปากคำปรากฏ ว่านาย ทัตพงศ์ท่าทางมีพิรุธ จึงเค้นสอบตั้งแต่กลางดึกจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน จนนายทัตพงศ์ ยอมปริปากให้การเป็นคนลงมือฆ่าน.ส. พรธิดารัตน์ แฟนสาว เมื่อคืนวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่พอใจที่น.ส.พรธิดารัตน์ นำสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทไปจำนำ เพื่อนำเงินไปประกันตัวแฟนเก่า ทำให้โกรธแค้นเป็นอย่างมาก กระทั่งวันที่ 3 ก.ค. รู้ว่าน.ส. พรธิดารัตน์ ไปเยี่ยมแฟนเก่าที่โดนคดีในค่าย จึงตามไปดักรอแล้วพาน.ส.พรธิดารัตน์ไปบ้าน ที่อ.ทุ่งใหญ่ โดยพยายามพูดจาเคลียร์ปัญหากัน แต่ตกลงกันไม่ได้และยังบอกเลิกกันอีก ทำให้เกิดความแค้น จึงทำร้ายแล้วบีบคอจน น.ส.พรธิดารัตน์แน่นิ่งไป โดยมีเลือดออกปากและจมูก จึงคิดว่าเสียชีวิตแน่แล้ว จากนั้นลากศพไปฝังไว้ในป่าไผ่ข้างบ้าน โดยไม่มีใครรู้ จากนั้นกลับไปฝึกงานตามปกติ กระทั่ง เจ้าหน้าที่มาจับกุมขณะเสพน้ำต้มใบกระท่อม ต่อมาเวลา 06.30 น. พ.ต.ท.โชคดี ศรีเมือง รองผกก.สภ.ทุ่งสง พร้อมพ.ต.ต.ปฏิวัติ ขุนรัง สว.สส.สภ.ทุ่งสง ประสานพ.ต.อ.สมโชค จันทรมณี ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ นำตัวผู้ต้องหาไปขุดหาศพน.ส.พรธิดารัตน์ ในม.7 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่หลายสิบนายเข้าตรึงสถานการณ์อย่างแน่นหนา เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุนายทัตพงศ์ได้ชี้จุดฝังศพ ก่อนให้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งขุดศพจนเจอ ซึ่งพบว่าอยู่ในสภาพอืด ไม่สามารถจำสภาพเก่าได้ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางชาวบ้านที่มาดูเหตุการณ์จำนวนมาก จากนั้นพล.ต.ต.วัน ไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อร่วมสอบสวน ก่อนรีบนำตัวนาย ทัตพงศ์ออกจากจุดเกิดเหตุ เพื่อสอบปากคำเพิ่ม เพราะเกรงว่ามีชาวบ้านมามุงดูกันจำนวนมาก เกรงชาวบ้านจะรุมประชาทัณฑ์ได้ ส่วน สาเหตุมาจากความหึงหวงที่น.ส. พรธิดารัตน์ยังคบกับแฟนเก่าอยู่ ทำให้นายทัตพงศ์โกรธแค้น จึงก่อเหตุสยองดังกล่าว สำหรับนายทัตพงศ์ยังมีคดีพยายามฆ่าถึง 2 คดี ในพื้นที่อ.ทุ่งสง ซึ่งตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับอยู่ แต่มาก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในครั้งนี้ขึ้น

Wednesday, July 13, 2016

มหาสารคาม ข่มขืนฆ่าสาวหมกป่าข้างเขตมหาวิทยลัยดังอีก! ???(ชมภาพ)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (22 เม.ย.) เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ สภ.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม แถลงข่าวจับกุมนายแดง โคทนา อายุ 71 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จากกรณีเมื่อวันที่ 20 เม.ย. พบศพหญิงสาวนิรนาม อายุ 17 ปี ถูกฆ่าเปลือย ที่ป่าละเมาะข้างมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยหญิงสาวมีรอยสักที่ข้อเท้า 2 ข้าง สภาพศพขึ้นอืด มีร่องรอยคล้ายถูกของมีคมปาดที่ลำคอ 2 แผล เลือดเกรอะกรังเต็มตัว และที่ท้ายทอยมีร่องรอยถูกของแข็งกระแทกอย่างแรง นอนคว่ำอยู่ในพงหญ้า สวมเสื้อยืดสีชมพู แต่ท่อนล่างเปลือยเปล่า ใกล้กันพบกางเกงขายาวตกอยู่ใกล้ๆ นั้น จากการสอบสวนพยาน 2 ปาก ให้การตรงกันว่า ผู้ต้องหามีหมายเลขโทรศัพท์จำนวน 2 หมายเลข และจากการตรวจสอบพิกัด พบว่าเมื่อคืนวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลา 20.00-20.30 น. อยู่ในจุดเกิดเหตุ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงออกหมายจับและจับกุมได้ในวันที่ 21 เม.ย. เวลา 20.30 น.จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง ส่วนสาเหตุที่ลงมือฆ่านั้น เป็นเพราะโกรธแค้นผู้ตายที่โทรศัพท์มาขอเงินบ่อยๆ โดยขู่ว่าถ้าไม่ให้เงินจะนำเรื่องไปแจ้งตำรวจเรื่องที่ตนมีสัมพันธ์กับผู้ตาย ในข้อหาพรากผู้เยาว์ เนื่องจากผู้ตายยังอายุไม่ถึง 18 ปี บริบูรณ์ จนในวันเกิดเหตุผู้ตายโทรศัพท์มาขอเงินจำนวน 5,000 บาท จึงได้ไปพบแต่มีข้อแม้ว่าต้องร่วมหลับนอนกับก่อนจึงจะยอมจ่ายเงินให้ โดยผู้ตายถอดกางเกงออก ก่อนฉวยโอกาสที่ผู้ตายไม่ทันระวังใช้ไม้กระบองตีที่ศีรษะผู้ตายจนถึงแก่ความตายโดยหลังจากแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจยึดไม้กระบองที่ร้านเหล้าใกล้มหาวิทยาลัยฯ ที่ใช้ฆ่าผู้ตาย ร่วมถึงโทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อ ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ 4 จุด

Tuesday, July 12, 2016

ช็อกวงการ!! นักร้องดัง "บ่าววี" หลังจากโชว์ "ใบกระท่อม"!!??

นักร้องดัง "บ่าววี" แจงวุ่น ปมโชว์ใบกระท่อม โพสต์ เฟซบุ๊กจนตร.ตรังบุกหาถึงบ้าน เผย เป็นการเข้าใจผิด ลูกพี่ลูกน้องหยอกเล่น เอามาวางแล้วถ่ายรูป อีกทั้งเป็นแค่ใบกระท่อมขี้หมู กินได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ยอมรับตำรวจไปที่บ้านจริง พร้อมขอโทษ ต่อไปจะระมัดระวังให้มากขึ้น ชี้ ที่ผ่านมาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ยิ่งเป็น เจ้าหน้าที่รัฐด้วย ไม่ทำเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ขณะที่ทอ.สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ส่อบานปลาย จาก กรณีนักร้องหนุ่มชื่อดัง บ่าววี อาร์สยาม หรือพ.อ.อ.วีรยุทธ์ นานช้า โพสต์รูป ภาพและข้อความ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ "วีรยุทธ์ นานช้า บ่าววี" เป็นรูปตัวเองขณะนั่งเก้าอี้อยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง พร้อมชายอีก 2 คน โดยมือขวาบ่าววีถือถ้วยกาแฟ มือซ้ายถือใบไม้สีเขียว พร้อมข้อความว่า "กาแฟหวนท่อม อย่าจับเว้อนายเว้อ! หลบบ้านเราบายใจ นั่งโม้พี่น้องดูดใบจากกาแฟหวนท่อม 3 คน ลูกพี่ ลูกน้อง ถนอม นานช้า ชาตรี นานช้า วีรยุทธ์ นานช้า มาต่ะกาแฟหวนท่อมเด้ บายใจๆ" ซึ่ง ดูคล้ายนักร้องดังกำลังนั่งโพสต์ท่าดื่มกาแฟกับใบพืชกระท่อม จากนั้นมีคนแชร์ภาพออกไปในโลกออนไลน์ จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจป.ป.ส.ภาค 9 เข้าไปหานักร้องหนุ่มถึงที่บ้านจ.ตรัง สถานที่เกิดเหตุเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง ความคืบหน้าเมื่อวัน ที่ 11 ก.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" สอบถามไปยังบ่าววี นักร้องชื่อ ดังสังกัดค่ายอาร์สยามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่ง เจ้าตัวได้ชี้แจงว่า "เรื่องมันไม่ได้มีอะไรเลย แล้วผมก็ไม่ใช่ผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่เขาแค่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้นเอง หลังจากที่เขาเห็นรูป ซึ่งเราก็ได้ชี้แจงทุกอย่างไปกับเจ้าหน้าที่แล้ว ว่ารูปที่เห็นนั้นเป็นรูปที่ลูกพี่ลูกน้องโพสต์เพื่อหยอกกันเล่น ใบกระท่อมที่เห็นก็ลูกพี่ลูกน้องผมเขาก็บอกว่าเป็นใบกระท่อมขี้หมู ผมไม่รู้ว่ามันกินได้หรือไม่ได้ เขาเอามาวางแล้วก็ถ่ายรูป เขาบอกว่าจะเอาไปโพสต์ ซึ่งตอนนั้นผมก็อยู่กับญาติๆ เต็มบ้าน เพราะว่าเป็นวันฮารีรายอ หรือออกบวชตามประเพณีของศาสนาอิสลาม ญาติๆ จึงไปรวมตัวกันที่บ้าน โทรศัพท์ไม่ได้อยู่กับตัวจึงไม่รู้ว่าเขาโพสต์ไปว่าอะไร และเป็นรูปแบบไหน มารู้อีกทีวันรุ่งขึ้นและภาพก็ถูกแชร์ไปเยอะแล้ว ยิ่งพอผมลบรูปออกมันก็เลยเป็นเรื่องและเป็นข่าวขึ้นมา" นักร้องดังกล่าว ผู้ สื่อข่าวถามอีกว่า มีตำรวจไปหาที่บ้านเพื่อตรวจค้นจริงหรือเปล่า บ่าววีกล่าวว่าตำรวจไปมาหาสู่บ้านของตนเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะพ่อของตนเป็นกำนัน วันที่ไปเขาก็เข้าไปคุยกับพ่อและน้องชายของตน บอกว่ามีรูปภาพการโพสต์ใบกระท่อม ไม่ได้เข้าไปตรวจค้นอย่างที่เป็นข่าว คือตนไม่ใช่ผู้ต้องหา และเจ้าหน้าที่เขาไปแค่ตรวจสอบเท่านั้น ซึ่งตนได้ชี้แจงกับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อถามอีกว่า เครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ นักร้องเลือดสะตอเผยว่าส่วนตัวไม่ได้ซีเรียสเพราะว่าไม่ได้ทำอะไรผิด เป็นแค่การเข้าใจผิดกัน เพราะว่าลูกพี่ลูกน้องเขาแค่หยอกตน แล้วภาษาที่เขาโพสต์เป็นภาษาใต้ทั้งหมด คนที่เห็นก็อาจจะเข้าใจผิดได้ ตนก็ขอโทษด้วย และจะระมัดระวังไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก ที่ผ่านมาตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดยิ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ยิ่งไม่ทำเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทางกองทัพว่าอย่างไรบ้าง บ่าววีกล่าวว่า เมื่อสักครู่ทางกองทัพได้โทร.มาซึ่งตนได้ชี้แจงไปเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ได้เข้าไปชี้แจงกับผู้ใหญ่ เพราะตอนนี้ยังอยู่ต่างจังหวัด คิดว่ากลับไปก็ต้องเข้าไปชี้แจงกับผู้ใหญ่อีกครั้ง ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่ทางกองทัพ ผู้ใหญ่ทางค่ายก็โทร.มาเช่นกัน มันก็ทำให้เราปวดหัวเหมือนกัน แต่อย่างไรเราก็ต้องขอโทษกับแฟนๆ ทุกคนด้วย ขณะ ที่ พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า หน่วยงานต้นสังกัดได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งผู้บังคับบัญชาไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ได้ปฏิบัติตามระเบียบปกติ หากพบมีความผิดก็ต้องลงโทษทางวินัย ส่วนเรื่องคดีอาญาเท่าที่ทราบเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ หากต้องการขอความร่วมมืออะไรเข้ามาก็จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ขณะนี้ได้ประสานไปยังพ.อ.อ.วีรยุทธ์ แล้วว่าได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องดังกล่าว ขอให้เข้ามาพูดคุย คาดว่าการสอบสวนน่าจะไม่นาน คณะกรรมการก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคนทุกฝ่าย และดูในเรื่องของพยานหลักฐานประกอบด้วย วันเดียวกันผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจป.ป.ส.ภาค 9 พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านในควน จ.ตรัง เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 6/2 หมู่ 4 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของบ่าววี เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง หลังเมื่อวันที่ 7 ก.ค.เดินทางมาสอบถามบ่าววี แล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่พบตัว จึงเดินทางมาตรวจสอบอีกครั้ง พบเพียงน้องชายของบ่าววี เปิดเผยว่าพี่ชายเดินทางกลับกรุงเทพฯไปหลายวันแล้ว และทราบว่าได้ลบภาพและข้อความโพสต์ออกไปจากเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วด้วย

จำได้ไหม!! เด็ก2 ขวบดูดบุหรี่สนั่นโซเชียลเมื่อหลายปีก่อน ล่าสุดเด็กคนนี้สภาพกลายเป็นแบบนี้!!???

รณรงค์กันจนเหนื่อยให้เห็นถึงพิษภัยของบุหรี่ แต่บรรดาสิงห์อมควันก็ยังไม่หมดไป แต่ที่เศร้ากว่าคือ ดันมีเด็ก 2 ขวบดูดบุหรี่ มาตอนนี้เจ้าหนูจะเป็นยังไง ยังจำกันได้มั้ย เมื่อประมาณสามสี่ปีก่อน โลกออนไลน์ต้องตกตะลึงเมื่อมีภาพจริงของเด็ก 2 ขวบดูดบุหรี่ด้วยท่าทางสุดเก๋า ว่ากันว่า สิงห์อมควันวัยกระเตาะต้องอัดถึงวันละ 40 มวน เจ้าหนูนี่คือ Aldi Rizal หนูน้อยจากอินโดนีเซียที่ทำเอาชาวโลกต้องกดดันรัฐบาลแดนอิเหนาให้เอาจริงกับการห้ามจำหน่ายยาสูบแก่เยาวชน หลัง เป็นข่าวโด่งดัง พ่อแม่ของเจ้าหนูสิงห์อมควันก็หาทางทำให้ลูกตัวเองเลิกบุหรี่ให้ได้ ซึ่งพวกเขาทำสำเร็จ ทุกวันนี้ เจ้าหนู Aldi Rizal เลิกบุหรี่ได้แล้ว แต่!!! หันมาติดอย่างอื่นแทน
กลาย เป็นว่า หนู (ไม่) น้อย Aldi Rizal ติดการกินอย่างหนัก เขากินมากจนน้ำหนักตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยไปสองเท่า กลายเป็นโรคอ้วนแทนซะงั้น เฮ้อออออ….
งาน นี้ ทำเอาพ่อแม่ของหนูน้อยต้องดิ้นรนกับการหาอาหารมาให้เพียงพอกับปริมาณการกิน สุดโหด แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกดีที่อย่างน้อยลูกก็เลิกบุหรี่ได้ และพวกเขาก็จะหาทางทำให้หนูน้อยควบคุมอาหารให้ได้ ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับพ่อแม่คู่นี้ละกัน